การใช้กำลังทางอากาศ

การปฏิบัติการของกำลังทางอากาศ

กองทัพอากาศ ปฏิบัติการใช้กำลังทางอากาศตามขีดความสามารถที่มีอยู่ทั้งในระดับยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี ด้วยการโจมตีทางยุทธศาสตร์ การต่อต้านทางอากาศและภาคพื้น การต่อต้านทางทะเล การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร การสนับสนุนการรบ การบัญชาการและควบคุม การลำเลียงทางอากาศ การปฏิบัติกิจเฉพาะพิเศษ การข่าวกรอง การลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ การค้นหาและช่วยชีวิต การเดินอากาศ และการให้บริการข่าวอากาศ ด้วยระบบการปฏิบัติการเครือข่ายของระบบการบัญชาการและควบคุมขึ้นอยู่กับการปฏิบัติการบนพื้นฐานของผลกระทบ ระบบปฏิบัติการใช้กำลังทางอากาศตามขีดความสามารถดังกล่าวข้างต้นครอบคลุม กิจกรรมต่างๆ ที่เป็นแผนงานหลักที่จะทำให้ได้มาซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เป็นรากฐานของปฏิบัติการเปลี่ยนผ่าน ของรูปแบบกองทัพอากาศสมัยใหม่ ในระบบเครือข่ายของการบัญชาการและควบคุม ซึ่งต้องมีการจัดโครงสร้างองค์กรและการจัดหน่วย การจัดหาและพัฒนากำ ลังพล การฝึกศึกษา การวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ การพัฒนาระบบปฏิบัติการ การผนึกกำลังร่วมระหว่างหน่วย ปฏิบัติการอื่นๆ ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางทหารได้อย่างครอบคลุม เพื่อการสงคราม และปฏิบัติการทางทหารที่มิใช่สงคราม (MOOTW)
การปฏิบัติการตามขีดความสามารถของกองทัพอากาศดังกล่าวข้างต้น มีแนวทาง
และการปฏิบัติการที่ทำให้บรรลุความสำเร็จตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ๑๕ รูปแบบ
ดังต่อไปนี้
๑. การโจมตีทางยุทธศาสตร์ (Strategic Attack)
การโจมตีทางอากาศยุทธศาสตร์เป็นปฏิบัติการเชิงรุก โดยผู้มีอำนาจสั่งการให้
มีการปฏิบัติเพื่อบังเกิดผลสำเร็จในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งปฏิบัติการจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้นำ และบั่นทอนกำลังอำนาจของชาติของฝ่ายตรงข้าม มุ่งหวัง

ในการทำลายจุดแข็งของฝ่ายตรงข้าม เป็นการโจมตีต่อฐานที่มั่นคงของฝ่ายตรงข้ามในระยะไกล และตัดการติดต่อ สื่อสารของกำลังทางทหารในสนามรบกับผู้นำหรือสังคมของข้าศึก แต่สามารถที่จะบีบบังคับให้ข้าศึกต่อสู้ โดยที่ฝ่ายเราเป็นผู้กำหนสถานการณ์ทั้งในยุทธบริเวณและห้วงเวลา จนสามารถบีบบังคับให้ฝ่ายตรงข้ามยอมรับความพ่ายแพ้ อีกทั้งทำให้ฝ่ายเราและพันธมิตรที่เข้าร่วมสงคราม เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด สิ่งที่จะต้องคำนึงคือ การอ่อนตัวด้วยคุณลักษณะของกำลังทางอากาศที่สามารถเข้าถึงจุดสำคัญของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งความหลากหลายของอำนาจการทำลายที่มีผลกระทบโดยตรงในทางยุทธศาสตร์ กล่าวได้ว่าการใช้กำลังทางอากาศเป็นศิลปะในรูปแบบสมัยใหม่ ที่จะนำไปสู่การดำเนินกลยุทธ์ในการปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
๒. การต่อต้านทางอากาศ (Counter Air)
เป็นปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุและรักษาสภาพทุกระดับของการครองอากาศโดยการทำลาย ลดศักยภาพของฝ่ายตรงข้าม หรือการข่มขวัญกำลังฝ่ายตรงข้าม ประกอบด้วย
การต่อต้านทางอากาศเชิงรุก (Offensive Counter Air: OCA) และการต่อต้านทางอากาศเชิงรับ (Defensive Counter Air: DCA) เพื่อให้กำลังฝ่ายเราได้ใช้ประโยชน์จากการครองอากาศและลดขีดความสามารถกำลังทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามรวมถึงอาวุธต่อต้านภาคพื้นที่จะเป็นอันตรายต่อฝ่ายเรา การต่อต้านทางอากาศต้องขึ้นการบังคับบัญชากับผู้บังคับบัญชาที่เป็นทหารอากาศเพียงคนเดียว ภายใต้หลักเอกภาพของการบังคับบัญชารวมทั้งระบบควบคุมและสั่งการ ที่เรียกว่า “รวมการควบคุมและแยกการปฏิบัติ” เพื่อให้เกิดหลักประกันของความพยายามและการใช้กำลังทางอากาศได้อย่างคุ้มค่า โดยปกติทั่วไปแล้วผบ.กองกำลังร่วม ควรจะให้ความสำคัญต่อการต่อต้านทางอากาศเป็นลำดับแรกการต่อต้านทางอากาศเชิงรุก (OCA) เป็นการปฏิบัติการทางอากาศที่มุ่งหวังทำลายลดศักยภาพหรือการข่มขวัญ โดยการทำลายกำลังทางอากาศและอาวุธต่อต้านจากภาคพื้นของฝ่ายตรงข้าม ณ เวลาที่ฝ่ายเราได้เลือกไว้แล้วการต่อต้านทางอากาศเชิงรับ (DCA) เป็นการปฏิบัติการเพื่อ

การค้นหาพิสูจน์ฝ่าย การสกัดกั้น และทำลายกำลังทางอากาศที่จะเข้าโจมตีฝ่ายเรา โดยปกติแล้วเลือกที่จะปฏิบัติการในพื้นที่หรือสถานที่ใกล้เขตแดนฝ่ายเรา ทำลายแผนของฝ่ายตรงข้ามที่พยายามรุกล้ำอธิปไตย และก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างรุนแรง มีความหมายเดียวกันกับการป้องกันทางอากาศทั้งด้านการรุกและการตั้งรับ เพื่อให้ฝ่ายเรามีเสรีในการครองอากาศและรวมถึงการป้องกันกำลังทางทหาร ทรัพยากร แลโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
๓. การต่อต้านทางภาคพื้น (Counter Land)
เป็นการปฏิบัติการทางอากาศต่อสู้กับขีดความสามารถกำลังภาคพื้นของข้าศึกเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ ผบ.กองกำลังร่วม วัตถุประสงค์หลักของการต่อต้านทาภาคพื้น
คือ มีอำนาจเหนือสภาวะแวดล้อมภาคพื้นของข้าศึก และป้องกันฝ่ายข้าศึกมิให้กระทำในสิ่งเดียวกัน แต่ใช้เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ต้องการ ในกรณีที่ไม่มีกำลังภาคพื้นของฝ่ายเดียวกันหรือมีจำนวนน้อย การที่จะบรรลุสู่เป้าหมายได้นั้น การต่อต้านทางภาคพื้นมีปฏิบัติการทางอากาศที่สำคัญสำหรับเผชิญกับกำลังภาคพื้นของข้าศึกอยู่ ๒ ลักษณะ คือ (ก) การขัดขวางทางอากาศ(AI) ซึ่งเป็นการดำเนินกลยุทธ์ (Maneuver) ทางอากาศ สนับสนุนโดยตรงต่อการดำเนินกลยุทธทางบก หรือสนับสนุนโดยตรงต่อแบบแผนของกลยุทธ์ทางอากาศ (ข) การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (CAS) ซึ่งเป็นการดำเนินกลยุทธ์ทางอากาศสนับสนุนการดำเนิน กลยุทธ์ภาคพื้นโดยตรง
การขัดขวางทางอากาศ (Air Interdiction: AI) เป็นการใช้กำลังทางอากาศ
ในการโจมตีเพื่อลดขีดความสามารถกำลังภาคพื้นของข้าศึก รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งปวงของข้าศึก ที่อาจนำมาใช้โดยตรงหรือนำมาใช้ดำเนินการดำเนินกลยุทธ์ในการเสริมกำลังภาคพื้น การขัดขวางทางอากาศส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถข้าศึกในการบัญชาการ การรวมกำลัง การดำเนินกลยุทธ์ การส่งกำลังบำรุง และการเสริมกำลังให้เกิดอำนาจกำลังรบต้องการความช่วยเหลือในการกำหนดเป้าหมายสำคัญ เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับเวลา สถานที่ และวิธีการที่จะโจมตีข้าศึก และพิจารณาตกลงใจเลือก

วิธีที่เหมาะสมในการปฏิบัติการภาคพื้นนอกจากนั้นการขัดขวางทางอากาศยังสามารถผสานกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของ ผบ.กองกำลังร่วมและให้โอกาสกับหน่วยดำเนินกลยุทธ์อื่นๆ ใช้ประโยชน์จากผลกระทบที่เกิดขึ้นได้การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support : CAS) เป็นปฏิบัติการสนับสนุนโดยตรง เพื่อช่วยกำลังภาคพื้นฝ่ายเดียวกันที่รบติดพันกับกำลังข้าศึกการปฏิบัติการแบบนี้ ต้องการบูรณาการแต่ละภารกิจทางอากาศโดยอาศัยอำนาจการยิงและการเคลื่อนไหวของกำลังสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด โดยการผนึกกำลังเหล่านี้กับการปฏิบัติการภาคพื้น/อากาศ อื่น ๆ ให้เกิดผลกระทบในระดับยุทธการ และในยุทธบริเวณ
(Theater) ที่ไม่แน่นอน มีความรุนแรงสูง ต้องการการควบคุมที่กระชับ ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ทางยุทธวิธีได้ ทำให้เกิดความได้เปรียบมหาศาล เมื่อใช้สนับสนุนกำลังภาคพื้นการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด ควรได้รับการวางแผนเตรียมการในเงื่อนไขในการนำไปสู่ความสำเร็จหรือเสริมกำลังเพื่อโจมตีกำลังภาคพื้น การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดสามารถหยุดการโจมตี ริเริ่มการทะลวง คุ้มกันการถอนกำลังและให้การคุ้มกันทางปีกของกำลังภาคพื้นฝ่ายเราได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การทำการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดควรกระทำในจุดที่เป็นจุดแตกหักของการรบและมุ่งกระทำในจุดที่ข้าศึกรวมกำลังกันอย่างหนาแน่น
๔. การต่อต้านทางทะเล (Counter Sea)
พันธกิจการตอบโต้ทางทะเล เป็นการขยายขีดความสามารถกำลังทางอากาศไปสู่พื้นที่ทางทะเล กิจเฉพาะพิเศษที่ปฏิบัติควบคู่กันไป คือ การเฝ้าตรวจทางทะเล การรบทาง
เรือ การคุ้มครองข่ายสื่อสารในทะเล รวมถึงการต่อสู้เรือดำน้ำ การต่อสู้ทางอากาศ การวางทุ่นระเบิด การเติมเชื้อเพลิงในการสนับสนุนการยุทธนาวี กิจเฉพาะคู่ขนานที่หลากหลายนี้แปรสู่พันธกิจหลักของกำลังทางอากาศ/อวกาศ การขัดขวางการต่อต้านทางอากาศ การโจมตีทางยุทธศาสตร์ อนึ่ง ในพันธกิจทางอากาศ การปฏิบัติการต่อต้านทางทะเลได้ถูกออกแบบเพื่อบรรลุเป้าหมายในระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี

ของวัตถุประสงค์ของกองกำลังร่วม วัตถุประสงค์ที่มีคือ เพื่อให้ได้มาซึ่งการควบคุมและขยายการปฏิบัติการที่เป็นไปได้ การที่มีอิทธิพลเหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงปฏิบัติการกับกำลังนาวี หรือปฏิบัติการแบบเป็นอิสระ
๕. การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation: IO)
เป็นปฏิบัติการชักนำเพื่อสร้างผลกระทบ หรือการปกป้องข่าวสาร ระบบและ/
หรือการตัดสินตกลงใจ เพื่อให้เกิดผลกระทบครอบคลุมยุทธบริเวณ โดยบูรณาการการปฏิบัติให้ครอบคลุมในการปฏิบัติการทางอากาศ เสมือนหนึ่งว่าเป็นธรรมเนียมของขีดความสามารถทางอากาศ และนำสู่ความได้เปรียบของผู้บัญชาการรบในการมอบหมายภารกิจทางยุทธการคือ วิถีทางแห่งพื้นฐานของผลกระทบจากการบูรณาการที่นำสู่กลไก ให้วางแผนกำหนดภารกิจการบังคับบัญชาและการควบคุม เหล่าบรรดาขีดความสามารถที่เป็นพิเศษคือ การปฏิบัติการเหล่านี้ชักนำและสร้างผลกระทบต่อ OODA Loop ของฝ่ายศัตรู ขณะกำลังปกป้องตนเองอันได้แก่ กระบวนการตัดสินตกลงใจในระดับชาติ ระบบบัญชาการและควบคุมทางทหาร หรือขั้นตอนทางอุตสาหกรรมแบบอัตโนมัติ และให้ข่าวสารที่ชัดเจนเพื่อบรรลุผลตามเป้าหมายครอบคลุมยุทธบริเวณ ผลกระทบเหล่านี้ควรสร้างความแตกต่างให้เห็นท่าทีพฤติกรรมหรือเปลี่ยนขั้นตอนการตัดสินในของฝ่ายตรงข้าม ที่จะปรับเข้าสู่วัตถุประสงค์ของผู้บัญชาการรบปัจจัยของปฏิบัติการชักนำคือ การต่อต้านปฏิบัติการการโฆษณาชวนเชื่อ การปฏิบัติการจิตวิทยา การลวงทางทหาร ความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ปฏิบัติการต่อต้านข่าวกรอง และ
ปฏิบัติการในงานมวลชน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้บัญชาการรบสามารถถ่ายทอดข่าวสารและสิ่งบอกเหตุต่อผู้รับฟัง เพื่อสถาปนาความหยั่งรู้เข้าใจของผู้ตัดสินตกลงใจ เพื่อรักษาข่าวสารวิกฤติของฝ่ายเดียวกัน เพื่อปกป้องจากการจารกรรม วินาศกรรม และกิจกรรมการรวบรวมข่าวสารอื่นๆ ตลอดจน ข่าวสารที่ไม่มีชั้นความลับเกี่ยวกับกองทัพอากาศสู่ผู้รับข่าวสารทั่วโลกปฏิบัติการการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare Operations:EWO) คือ การปฏิบัติทาง

ทหารเกี่ยวกับการใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและพลังงานแบบอื่น เพื่อควบคุมสเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเพื่อโจมตีข้าศึกโดยการครอบคลุมยุทธบริเวณของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การควบคุมสเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ได้รับการขยาย
เครือข่ายจากระบบป้องกันฝ่ายเรา และจากระบบการต่อต้านของฝ่ายตรงข้าม ไม่ถูกจำกัดเพียงแค่คลื่นวิทยุ แต่รวมถึงในย่านที่ใช้สายใยแก้วนำ แสง (Optical) และอินฟราเรดองค์ประกอบทางยุทธการของ คือ การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ การปกป้องทางอิเล็กทรอนิกส์และการสนับสนุนกิจการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ระบบเครือข่ายปฏิบัติการกองทัพอากาศ (Network Centric Digital Air
Force: NCDA) คือ การจัดระบบและสร้างรูปแบบสู่การเป็นกองทัพอากาศดิจิตอลด้วยแบบจำลองเชิงความคิดที่เป็นนวัตกรรมการออกแบบระบบการปรับเปลี่ยน (Transformation)รูปแบบการบัญชาการ และควบคุม (Command & Control) ไปสู่ระบบเครือข่ายกองทัพอากาศดิจิตอลในแบบจำลองที่เรียกว่า “ศูนย์กลางเครือข่ายกองทัพอากาศดิจิตอล” (Network Centric
Digital Air Force: NCDA Model) ซึ่งแนวความคิดทางการทหารเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ ที่มีลักษณะเฉพาะที่ต้องมีความละเอียดอ่อนในการเรียนรู้ และการจัดการอย่างเป็นระบบ ให้เกิดความเหมาะสมลงตัว และได้รับการยอมรับในความเป็นไปได้ การนำไปสู่การปฏิบัติจริง จึงจะเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับกรอบแนวคิดเชิงนโยบายของกองทัพอากาศที่ต้องการองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนผ่านเป็นกองทัพอากาศดิจิตอล (Digital Air Force) ซึ่งต้องมีระบบคิดดิจิตอล (Digital
Thinking) จึงจะมีความเป็นไปได้สูงในการที่จะดำเนินการในระบบบัญชาการและการควบคุมตามรูปแบบของการบัญชาการและการควบคุมแบบดิจิตอล (Digital Command and Control)นอกจากนี้แล้ว การวางแผนแบบบูรณาการและการนำขีดความสามารถทางทหารมาใช้เพื่อบรรลุผลที่ต้องการครอบคลุมยุทธบริเวณดิจิตอล ถูกเชื่อมโยงในอาณาจักรแห่งข่าวสาร ซึ่งประกอบด้วยฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์

ข้อมูล และปัจจัยมนุษย์ ภายใต้ขอบเขตนี้ มีเครือข่ายของข่าวสารและระบบข่าวสารใช้งานอยู่ เครือข่ายในความหมายนี้นิยามได้ว่า เป็นการรวมหลาย ระบบที่มีการแพร่กระจายข่าวสาร ในการนี้มิได้หมายความถึงข่ายวิทยุ การเชื่อมต่อดาวเทียม
การเชื่อมต่อข่าวสารดิจิตอลทางยุทธวิธี การสื่อสารทางไกล ระบบค้นหาข้อมูลและควบคุมการแนะนำ รวมทั้งติดตามแฟ้มข้อมูลดิจิตอล ปัจจัยทางยุทธการสนับสนุนระบบ คือ การโจมตีเครือข่ายการป้องกันภัยเครือข่ายและการสนับสนุนเครือข่าย
๖. การสนับสนุนการรบ (Combat Support)
การสนับสนุนการรบ คือ ขีดความสามารถที่สำคัญยิ่งซึ่งจะขาดเสียไม่ได้ เป็น
งานในหน้าที่ พันธกิจ หน่วย องค์กร หรือสถานที่ตั้งซึ่งปฏิบัติภารกิจและกิจเฉพาะที่มีความจำเป็นเพื่อที่จะสร้างและดำรงสภาพการรบของกำลังทางอากาศและอวกาศยังรวมถึงการจัดหาการซ่อมบำรุง การแจกจ่าย และการทดแทน กำลังพลและยุทโธปกรณ์ เป็นศาสตร์ในการวางแผน การเคลื่อนย้าย การซ่อมบำรุง และการคุ้มครองป้องกันกำลังรบ รวมทั้งเป็นหลักประกันว่าระบบสนับสนุนการรบ ที่มีประสิทธิภาพสามารถสนับสนุนกระบวนการ หรือระบบการบังคับบัญชา และควบคุมของกำลังรบทั้งหลายเหล่านั้นได้ ประกอบด้วย หน่วยงานที่ออกแบบเพื่อปฏิบัติในสนามรบและสนับสนุนขีดความสามารถเฉพาะทางทหาร ทุกระบบของการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งรวมถึงการส่งกำลังบำรุง งานด้านกำลังพล การติดต่อประสาน การบริหารจัดการด้านการเงิน การป้องกันฐานบิน และหน่วยงาน การช่างโยธา การบริการทางการแพทย์ สำนักงานนักประวัติศาสตร์ งานกิจการพลเรือน งานบริการด้านกฎหมาย และงานอนุศาสนาจารย์ เหล่านี้คือพันธกิจการใช้กำลังทางทหาร
๗. การบัญชาการและการควบคุม (Command and Control: C2)
การบังคับบัญชา (Command) คือ อำนาจที่ผู้บังคับบัญชาทางทหารได้ใช้อย่าง
ถูกต้องตามกฎหมายต่อผู้ใต้บังคับบัญชา โดยอาศัยยศหรือตำแหน่งหน้าที่การบังคับบัญชาการบังคับบัญชาเป็นศิลปะในการจูงใจ และสั่งการกำลังทางทหารและหน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติภารกิจให้สัมฤทธิ์ผล การควบคุม (Control) คือ กระบวนการ หรือ

ระบบที่ผู้บังคับบัญชาใช้ในการวางแผนและสั่งการ ผู้บังคับบัญชาควรมีการแบ่งมอบอำนาจหน้าที่ กำหนดวัตถุประสงค์และความมุ่งหมายของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเปรียบเสมือนวิธีการในการควบคุมกำลังรบ และแม้ว่าการใช้อำนาจ และอำนวยการของผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องต่อกำลังทหารที่ได้รับมอบ เพื่อให้บรรลุภารกิจ ประกอบด้วย กระบวนการที่ผู้บังคับบัญชาใช้ในการตัดสินตกลงใจในการปฏิบัติการต่างๆ และระบบที่ต้องวางแผน อำนวยการควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติการนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการวางแผน การจัดการ การอำนวยการ การประสานงาน และการควบคุมกำลังรบ และการปฏิบัติการยุทธให้บรรลุภารกิจ เกี่ยวข้องกับการบูรณาการระบบ ระเบียบปฏิบัติ โครงสร้างการจัดหน่วย กำลังพล ยุทธภัณฑ์ สิ่งอำนวยความสะดวก ข่าวสาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ภารกิจระดับยุทธศาสตร์ ระดับยุทธการและระดับยุทธวิธีเมื่อมีการใช้กำลังทางอากาศในรูปแบบกองกำลังรบร่วมโดย ผบ.กกล.รบร่วมนั้น ถ้ามีการนำกำลังทางอากาศจากหลายเหล่าทัพมาใช้ร่วมกันแล้ว การบัญชาการและการควบคุมจะต้องกระทำผ่านผู้บัญชาการกองกำลังทางอากาศหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ในฐานะเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลกำลังทางอากาศซึ่งเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติการที่สามารถ วางแผนมอบภารกิจ ควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศร่วมได้ “การรวมการบัญชาการและการควบคุมของกำลังทางอากาศมาอยู่ภายใต้ผู้บัญชาการกองกำลังทางอากาศหรือผู้ได้รับมอบอำนาจเพียงคนเดียวเป็นหลักพื้นฐานของหลักนิยมการใช้กำลังทางอากาศ”
๘. การลำเลียงทางอากาศ (Airlift)
เป็นการขนส่งกำลังพลและยุทธภัณฑ์ทางอากาศ ในการปฏิบัติการทางทหาร
ทั้งมวล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนกำลังรบ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตั้งแต่ระดับยุทธวิธี ถึงระดับยุทธศาสตร์ เป็นการใช้กำลังทางทหาร ในการลำเลียงทางอากาศตามคำสั่งปฏิบัติการด้วยความรวดเร็ว และเคลื่อนย้ายด้วยความอ่อนตัว เพื่อสามารถตอบสนอง และปฏิบัติการตามสภาวะแวดล้อมและภายในเวลาตามความต้องการ การ

ลำเลียงทางอากาศมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถปฏิบัติการสนองตอบความต้องการในยามวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว และอ่อนตัวด้วยเวลาที่สั้นที่สุด ทั้ปฏิบัติการยุทธและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และภัยทางธรรมชาติ ในการเคลื่อนย้ายขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า รวมทั้งการเคลื่อนย้ายกำลังรบ การดำรงสภาพการรบ การส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ การสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ และสนับสนุนการปฏิบัติการลำเลียงทางอากาศ ทั้งนี้การลำเลียงทางอากาศต้องสามารถให้การสนับสนุนกำลังฝ่ายเราได้ทุกมิติ
๙. การเติมเชื้อเพลิงในอากาศ (Air Refueling)
เป็นภารกิจส่งถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างเครื่องบินบรรทุกเชื้อเพลิง (Tanker)
และอากาศยานรับเติมเชื้อเพลิง (Receiver Aircraft) ในระหว่างการบินในอากาศ การเติมเชื้อเพลิงในอากาศจะช่วยให้เกิดความคล่องตัวทางอากาศ (Air Mobility) และสนับสนุนภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จด้วยการบินเพียงเที่ยวเดียว ขีดความสามารถของอากาศยานในการเดินทางในอากาศจะถูกจำกัดด้วยจำนวนของเชื้อเพลิงที่มีในอากาศยาน การเติมเชื้อเพลิงในอากาศจะช่วยเพิ่มระยะทาง อัตราบรรทุก เวลาบินในอากาศ เสริมประสิทธิภาพในความอ่อนตัว(Flexibility) ความอเนกประสงค์ของการรบ (Versatility of Combat) การสนับสนุนการรบ
(Combat Support) และความคล่องตัว (Mobility) ของอากาศยานให้ถึงขีดสุด ด้วยการเพิ่มระยะการปฏิบัติการหรือเวลาบินในอากาศของอากาศยาน ซึ่งถือเป็นการขยายกำลังอำนาจให้แก่อากาศยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะช่วยเพิ่มอัตราบรรทุกของอากาศยานด้วยการลดอัตราบรรทุกเชื้อเพลิง
๑๐. การปฏิบัติกิจเฉพาะพิเศษ (Specialized Tasks)เป็นการใช้กำลังทางอากาศในการปฏิบัติภารกิจที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการใช้กำลังทางอากาศ หรือภารกิจของหน่วยนอก ซึ่งสมควรที่กำลังทางอากาศจะต้องร่วมปฏิบัติ เช่น การต่อต้านการจี้ยึดอากาศยาน (Anti-Hijack) การปฏิบัติการจิตวิทยา(Psychological Operations) การสนับสนุนภารกิจฝนหลวง การดับ

ไฟป่า และ การให้บริการ(Complimentary Operations) เป็นต้น
๑๑. การข่าวกรอง (Intelligence)
เป็นผลที่ได้จากการรวบรวมผ่านกระบวนการ การประสานงาน การวิเคราะห์
การประเมินและการแปลความของข่าวสารอันเกี่ยวเนื่องในพื้นที่หรือประเทศต่าง ๆ ที่ฝ่ายตนมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การข่าวกรองจะมุ่งเน้นไปยังข้อมูลขีดความสามารถทางทหารของต่างประเทศ กลุ่มการเมือง การเมือง การสังคม และการพัฒนาการด้านเทคโนโลยีหรือสภาพภูมิศาสตร์ภูมิภาคจำเพาะ ศิลปะด้านการข่าวกรองได้ถูกพัฒนาให้เกิดความรวดเร็วในกระบวนการการเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากการลาดตระเวนและการเฝ้าตรวจสู่ความถูกต้อง ทำนายได้ มีรูปแบบเหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่อการวางแผน การปฏิบัติการและการประเมินผลปฏิบัติการทางอากาศได้อย่างสมบูรณ์ทันท่วงที การสร้างสำนึกระวังการณ์ในพื้นที่การรบแก่ ผู้บัญชาการรบและกำลังทหาร เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจจนบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนการและการปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดที่ได้วางไว้ ประสิทธิภาพในการหาข่าวกรองทางอากาศเป็นผล มาจากการได้รับข่าวสารที่มีรายละเอียด ก่อให้เกิดความเข้าใจในระบบ ขีดความสามารถและความตั้งใจของฝ่ายข้าศึกอย่างทันเวลา ทำให้สามารถวางแผนและตัดสินใจเพื่อปฏิบัติการว่าจะต่อสู้กับข้าศึกอย่างไร เมื่อใด และที่ไหน การข่าวจะต้องให้ความถูกต้องตรงประเด็น มีจังหวะต่อเนื่องและวิเคราะห์คาดหมายได้ เพื่อให้ผู้บัญชาการรบสามารถนำไปใช้
เป็นข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร การข่าวกรองจะประเมินข้าศึกเป็น “ระบบของระบบ (System of Systems)” เพื่อที่จะสามารถทำนายผลกระทบต่อเนื่องในขีดความสามารถหลักของข้าศึกได้ตามจุดมุ่งหมายทางทหารของฝ่ายเรา การผสานประโยชน์จากการลาดตระเวนและการเฝ้าตรวจ จะช่วยลดความไม่แน่นอนในการวางแผน การปฏิบัติการและการประเมินผลการรบจากความเสียหายและประสิทธิผลของอาวุธที่ใช้ได้
๑๒. การลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ (Surveillance and Reconnaissance)เป็นหน้าที่เฝ้าสังเกตอย่างเป็นระบบต่อน่านฟ้า ห้วง

อวกาศ ภาคพื้นดินต่ออาคารสถานที่ บุคคล หรือสิ่งต่างๆ โดยการใช้สายตา การเฝ้าฟัง ด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ภาพถ่าย หรือวิธีการอื่นๆ การเฝ้าตรวจเป็นกระบวนการที่ต้องกระทำต่อเนื่องตลอดเวลา เพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าตรวจให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารเฉพาะเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวและกำลังรบหรือศักยภาพของศัตรู โดยการลาดตระเวนด้วยสายตา หรือวิธีอื่นๆหรือโดยการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ อุทกศาสตร์ สภาพภูมิประเทศของฝ่ายตรงข้ามที่เราต้องการ โดยทั่วไป การลาดตระเวนมีเวลาจำกัดในการปฏิบัติ ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการเฝ้าตรวจและลาดตระเวน พร้อมสิ่งสนับสนุน ต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน รวดเร็วทันที มีความเป็นเอนกประสงค์ และเคลื่อนย้ายได้สะดวก เพื่อสนองต่อความต้องการที่หลากหลายหน่วยลาดตระเวนดูแลเครื่องมือที่มีสมรรถนะสูงมากมายหลายอย่าง และเครื่องมือเหล่านั้นมีคุณค่าสูงมากในทุกระดับของสงคราม ฉะนั้นการใช้เครื่องมือเหล่านั้น ควรพิจารณาถึงผลกระทบในการใช้งาน ว่าจะส่งผลต่อระดับอื่นๆ ด้วย
๑๓. การค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue:CSAR)หน่วยค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบเป็นหน่วยที่มีภารกิจเฉพาะปฏิบัติการโดยกองกำลังช่วยเหลือและกู้กลับ ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายในยามสงครามหรือในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ ซึ่งจะประสบผลสำเร็จได้จะต้องใช้ผู้ที่มีความเสียสละและเครื่องมือพิเศษหลายอย่างด้วยกัน หน่วยค้นหาและช่วยชีวิตเป็นหน่วยที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการที่มุ่งเน้นไปในเรื่องช่วยเหลือผู้ถูกจับเป็นเชลย สูญหาย หรือตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก ออกจากพื้นที่อันตราย โดยกองทัพอากาศมีหน้าที่จัดหน่วย ฝึกและติดอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้กับบุคลากรเพื่อพร้อมปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิต (ใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด) ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร หน่วยค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบของกองทัพอากาศ จะเคลื่อนย้ายหน่วยเพื่อปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิตด้วยอากาศยานที่ได้รับมอบ การค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบเป็นงานที่สำคัญของการปฏิบัติการรบ ต้องสามารถสนองภารกิจได้ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร ประกอบด้วย การปฏิบัติการทางอากาศ ปฏิบัติการกู้กลับผู้ซึ่งอยู่

ในอันตรายในยามสงครามหรือยามฉุกเฉิน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นงานสำคัญเพื่อดำรงขวัญและความสมัครสมานสามัคคีของกำลังรบของฝ่ายเดียวกัน
๑๔. การเดินอากาศและการกำหนดพิกัด (Navigation and Positioning)ใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติการทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการและยุทธวิธีใช้ในการกำหนดจุดนัดหมายสำหรับเติมน้ำมันกลางอากาศที่ถูกต้อง ใช้ประสานการดำเนินกลยุทธ์โดยการใช้กำลังในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะที่สุดร่วมกัน อีกทั้งยัง บอกพิกัด ตำบล และความเร็วเพื่อการปล่อยอาวุธที่แม่นยำ การเข้า/ออกจากการโจมตี และรวมทั้งช่วยในการค้นหาและช่วยชีวิต แผนที่การเดินอากาศและการกำหนดพิกัดเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงความได้เปรียบด้านข้อมูลข่าวสาร และรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก
๑๕. การบริการข่าวอากาศ (Weather Services)
จัดดำเนินการโดยกองทัพอากาศเพื่อสนับสนุนข้อมูลสภาพลม ฟ้า อากาศที่
แม่นยำ และทันเวลา รวมทั้งข้อมูลสภาพอวกาศและสภาพชั้นบรรยากาศ ให้แก่ผู้บังคับบัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และใช้ในการวางแผนทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี บริการข่าวอากาศเป็นการรวบรวมวิเคราะห์และแจกจ่ายข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาที่มีความจำเป็นในการวางแผนและการปฏิบัติการ ข้อมูลสภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในเส้นทาง ระบบอาวุธและยุทธวิธีในการใช้อาวุธและอีกทั้งยังเป็นข้อมูลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการดำรงไว้ซึ่งความได้เปรียบด้านข้อมูลข่าวสาร
สรุปได้ว่า การปฏิบัติตามบทบาทภารกิจและหน้าที่ของกำลังทางอากาศดำเนินการเพื่อการตอบสนองการบริหารงานตามนโยบายภาครัฐ ในการบริหารและพัฒนาประเทศ การรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคม และการปฏิบัติภารกิจตามการมอบหมาย ทั้งในยามปกติ และยามฉุกเฉิน ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ในการเตรียมกำลัง การจัดวางกำลัง การประกอบกำลัง และการใช้กำลัง

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s