การพัฒนาการศึกษากองทัพอากาศ

รูปภาพการพัฒนาการศึกษากองทัพอากาศ

 

   ด้วยสภาพสังคมในโลกปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงในทุกบริบท แนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการศึกษาของกองทัพอากาศ เพื่อให้บุคลากรของกองทัพอากาศมีการพัฒนาก้าวทันโลก

๑.       เป้าหมาย

ความต้องการ Output ของกองทัพอากาศ ต้องการผลผลิตที่มีคุณลักษณะ ๒ ด้านคือ ด้าน Academics (Professional) และ Warrior (Airmanship) ในทุกระดับการศึกษาทั้งก่อนและหลังเข้ารับราชการ

๒.      วิเคราะห์สภาพแวดล้อม

สภาพแวดล้อมภายนอก ปัจจุบัน Trend เป็นโลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งแผ่ขยายเป็นโลก Cyber & Network อาวุธสมัยใหม่ก้าวสู่ NCOs

สภาพแวดล้อมภายใน ดูที่คน คนรุ่นใหม่คือยุค Millennial Generation ซึ่งมี Gap มากจากคนรุ่นยุค Industrial Age หรือใกล้ชิดมาหน่อยก็เป็น Generation-X หรือ Generation-Y ปัจจัยเรื่องคนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาในการพัฒนาคน (HRD) ขณะเดียวกันในการพัฒนาการศึกษาของกองทัพอากาศ ต้องมีการบริหารจัดการเรื่องคนและของเป็นอย่างดี (HRM)

๓.      แนวทางการพัฒนาการศึกษา

ทำตามเป้าหมายในข้อ ๑ ด้วยวิธีการตามที่วิเคราะห์สภาพแวดล้อมในข้อ ๒

     ระบบการศึกษาของทหารอากาศไทย ได้มีการเริ่มต้นมายาวนาน เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพตามวัตถุประสงค์ที่หน่วยงานในกองทัพอากาศต้องการนำไปใช้งาน ให้ตรงตามเป้าประสงค์วิชาชีพของการทำงาน โดยเริ่มตั้งแต่รับบุคคลพลเรือนเข้ามาเป็นทหารอาชีพ กองทัพอากาศจะต้องให้เขาเป็นทหารอาชีพที่มีคุณภาพ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ

   บนรากฐานการศึกษาของ ทอ.จากการตรวจสอบจะพบว่าเรามีการเรียนรู้อยู่ ๓ ประเภท     ที่ได้มีการจัดการเรียนการสอนมาแล้วตามโครงสร้างการบริหาร และตามยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา

   ๑. ประเภทการฝึกศึกษา/เรียนรู้สายสามัญ มีการรับรองวิทยฐานะจากภายนอกกองทัพ อาทิ ประกาศนียบัตร ปริญญาตรี ปริญญาโท ฯลฯ เป็นการเรียนรู้ทางทฤษฎีเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นงานวิชากร (Acadamic)

            ๒. ประเภทการฝึกศึกษา/เรียนรู้จากสายวิทยาการ (เหล่าทหาร) เป็นการฝึกศึกษาแบบ OJT. (On The Job Training) เพื่อเพิ่มความชำนาญของการปฏิบัติหน้าที่ จะมี ลชทอ.(เลขหมายความชำนาญ ทอ.) เป็นตัวควบคุมความรู้/ความสามารถและความชำนาญพิเศษเป็นการฝึกศึกษา เพื่อเลื่อนลำดับความชำนาญทหารอากาศอาชีพ อาทิ ชอ.,ส.,สบ.,สพ.,ชย. การฝึกบินของเหล่านักบิน ฯลฯ โดยมีการเปิดการฝึกอบรมทางเทคนิคตามสาขาของเหล่าทหาร หรือสายวิทยาการที่รับผิดชอบ จึงเป็นงานด้านวิชาชีพเฉพาะพิเศษ อาทิ โรงเรียนนายทหารส่งกำลังบำรุงขั้นต้น, โรงเรียนนายทหารช่างอากาศขั้นต้น,โรงเรียนนายทหารส่งกำลังบำรุงขั้นสูง ฯลฯ

            ๓. ประเภทการฝึกศึกษา/เรียนรู้ การเป็นทาหารอาชีพ PME.  เป็นการเรียนรู้ภาระหน้าที่ของทหารที่จะต้องปฏิบัติภารกิจพิเศษที่ไม่ปกติ หรือภาวะฉุกเฉิน ต้องมีภาระหน้าที่ในการควบคุมความโกลาหน ความวุ่นวายของอันตรายต่าง ๆ ต้องดำรงสถานะภาพของการรบและการควบคุมการรบที่แปรเปลี่ยน ฉับไวตามสถานการณ์การเตรียมพร้อมของทหารดังกล่าว จึงต้องมีการศึกษาวิชาการทหารและหน้าที่ของเสนาธิการกิจและ/หรืองานธุรการ ภายใต้ภาวการณ์กดดันจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ การเรียนรู้จึงต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ยามปกติ ซึ่งทหารจะมุ่งเข้าไปที่การฝึกต่าง ๆ อาทิ การฝึกปฏิบัติหน้าที่การนำหน่วยทหาร / ผู้นำ / ยุทธวิธีการรบ / การควบคุมสั่งการการสงคราม,หลักนิยม,ยุทธศาสตร์ทหาร,การวางแผนทางทหาร โดยกระบวนการฝึกศึกษา จะต้องมีลำดับขั้นตอนเพื่อปลูกฝัง บ่มเพาะ ทั้งสภาพร่างกาย จิตสำนึก ความรักในวิชาชีพ ความภาคภูมิแห่งสถาบันของกองทัพและประเทศชาติ รวมทั้งระบบเกียรติศักดิ์ของทหารอาชีพ โดยกระบวนการฝึกศึกษา จะเริ่มเรียนรู้จาก Cadet PME (การเตรียมการเป็นทหารอาชีพของนักเรียนนายเรืออากาศ) และเริ่มต้นการศึกษาความเป็นทหารตั้งแต่ รร.นายทหารชั้นผู้บังคับฝูง จนถึง PME ในวิทยาลัยการทัพอากาศซึ่งเป็นระดับกองทัพอากาศของผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของกองทัพอากาศ

            การฝึกศึกษาแต่ละประเภทก็มีการปรับเปลี่ยน การบริหารจัดการหลากหลายมิติ ทั้งรวมการควบคุม แยกการปฏิบัติ หรือต่างคนต่างทำ อย่างไรก็ตามจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแวดวงอาจารย์วิชาทหาร นักการศึกษาหรือนักวิชาการของ ทอ. ยังระบุไปในทิศทางที่ว่า “การบริหารจัดการด้านการฝึกศึกษาที่ดี ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันในการกำหนดระดับการศึกษา PME และการควบคุมคุณภาพ ในแต่ละระดับให้ประสานสอดคล้องกัน”

            การบริหารจัดการด้านการฝึกศึกษาทหารอาชีพ (PME) ปัจจุบัน รร.นอ. เป็นหน่วยดำเนินการในการเตรียมบุคลากรขั้นพื้นฐานหรือเป็นการเตรียมความพร้อมในการนำไปสู่ความเป็นมืออาชีพ คือ การสร้างบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในวิชาทหารอากาศ และงานธุรการขั้นต้น ซึ่งให้ความสำคัญในการฝึกผู้นำ/การนำหน่วยตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของกองทัพอากาศ คือ เป็นผู้มีบุคลิกภาพเหมาะสมในการเป็นผู้นำแบบทหารอากาศ (Airman Ship)

            การปลูกฝังและบ่มเพาะ Airman Ship นั้นแรกเริ่มจะเน้นเมื่อเป็นศิษย์การบิน โดยการฝึกให้ท่องจำคู่มือ,ศัพท์เทคนิค, Limitation, อันตรายต่างๆ,การแก้ไขฉุกเฉิน,การเรียนรู้ขั้นตอนเผชิญอันตราย โดยให้กระบวนการเรียนรู้มากมาย เพื่อสร้างให้เขามี SA (Situation Awareness) การตระหนักหยั่งรู้สถานการณ์ที่ต้องเผชิญ จะได้ตัดสินใจแม่ยำถูกต้อง ลดอุบัติเหตุ และ/หรือ ความรุนแรงของอุบัติเหตุ ในการฝึกปฏิบัติดังกล่าวจะต้องใช้เวลา จึงนำมาฝึกเตรียมการตั้งแต่เป็น นนอ. โดยเฉพาะเน้นให้ทุกคนต้องปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้และทุกการวางแผนจะต้องมีแผนสำรอง แผนฉุกเฉินเตรียมไว้เสมอ โดยแผนที่วางไว้ต้องนำบทเรียนในอดีตมาวิเคราะห์ แก้ไข รวมทั้งการเรียนรู้ศาสตร์ทางทหารอาชีพ อาทิ ภารกิจต่าง ๆ ที่ ทอ. ปฏิบัติ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในภารกิจ และกิจเฉพาะต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ

            การศึกษาของทหารอากาศอาชีพที่เริ่มต้นโดยแท้จริงจาก รร.นฝ.ยศ.ทอ. นั้น มิใช่เป็นตลาดวิชา มิใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่มีลักษณะเป็นการฝึกมากกว่าศึกษา เป็นระบบกลั่นกรองผู้นำ เป็นการสร้างผู้นำที่มีวินัย เสียสละได้แม้ชีวิต สนองความต้องการของกองทัพ มาตรฐานการฝึกเท่าเทียบกับนานาชาติใช้ระบบทหารอากาศเหมือนกันจึงเป็นสากล สาระจะเน้นที่การบริหารสงคราม อำนวยการยุทธ์ รวมทั้งงานด้านยุทธการ/ส่งกำลังบำรุง

 

           นายทหารที่สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนนายเรืออากาศ ควรมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไร จึงจะออกไปปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              คุณสมบัติที่พึงประสงค์ของนายทหารที่สำเร็จการศึกษาจาก รร.นอ.จะต้องมี

            ๑. ความรักในอาชีพต่อกิจการการบิน (Airmind)

            ๒. การมีจิตวิญญาณทหารอากาศอาชีพ (Airman ship)

 

            การจัดการฝึกศึกษา ของโรงเรียนนายเรืออากาศ ในปัจจุบัน ควรมีการดำเนินการและควรได้รับการพัฒนาเกี่ยวกับ

             การฝึกพื้นฐานความเป็นทหารอากาศ

                     – การฝึกเป็นผู้มีวินัย / ยอมรับกฎเกณฑ์ / สร้างนิสัยการอยู่รอด

                     – รักในกิจการ / งานที่มอบหมายในการฝึกฝนหาความชำนาญ / การรักษาวัตภาคความพร้อม/การสร้างความรักในอาชีพการบินหรือกิจการการบิน (Airmind)

                     – รับการฝึกฝนสร้างเสริมประสบการณ์ในงานอาชีพที่มอบหมายโดยการฝึกฝน / ประเมิน / ตรวจสอบความชำนาญอย่างเป็นระบบ

                     – การปลูกฝังบ่มเพาะให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย ควบคุมวิถีชีวิตให้เป็นอยู่อย่างมีวินัยในตนเอง

            วินัยของพระและวินัยของทหาร

            วินัยของพระและวินัยทหาร เป็นเสาค้ำยันและเป็นพื้นฐานให้พระในพุทธศาสนาและทหารสามารถดำรงอยู่ได้ในการเป็นองค์กรทางศาสนา และเป็นองค์กรหลักในการรักษาความมั่นคงของชาติ / ในทุกสังคมต้องมีโครงสร้าง ระเบียบปฏิบัติ แบบแผน เป็นเครื่องยึดโยง ควบคุมสังคม / สังคมทหารเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแต่ความเป็นอยู่ของทหารที่มั่นคงจนทุกวันนี้อยู่ตรงที่ ทหารต้องมี   วินัย

วินัยทหาร คือ การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหาร / ถือเป็นหลักสำคัญที่สุด ใครฝ่าฝืนถือว่ากระทำผิด

ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้ทหารมีวินัย / รักษาวินัย

แบบธรรมเนียมทหาร หมายถึง แนวทางปฏิบัติที่ผู้บังคับบัญชา หรือ หัวหน้าส่วนราชการ / ผู้มีอำนาจ วางไว้สำหรับปฏิบัติ อาทิ รัฐธรรมนูญ,พระราชบัญญัติ,พระราชกำหนด,พระราชกฏษฎีกา,กฎกระทรวง,ข้อบังคับ,คำสั่ง ฯลฯ

                     – สร้างจากการคัดเลือกคนเข้าระบบวิชาชีพ / ฝึกคนในระบบให้มีพื้นฐานในการสร้างบุคลิกภาพที่ดีในการทำงานพิเศษด้านการบิน การฝึกเหมือนจริง / สร้างสถานการณ์สมมุติ / Simulater ฯลฯ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการฝึกหาความรู้ความชำนาญในงานเทคนิคต่าง ๆ

                     – ฝึกเพิ่มความเก่งกาจหรือความสามารถ / ฝึกฝีมือให้เชี่ยวชาญในเรื่องที่รับผิดชอบโดยสามารถวัดความเก่งกาจ / ฝีมือในสิ่งนั้น ได้ / การรักษาวัตภาคความพร้อมปฏิบัติการ / การควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ

            การสร้างองค์ความรู้ความเป็นทหารอากาศอาชีพ

                     – การรู้จักตนเอง,ไม่ก้าวร้าว,ไม่ชุ่ย,ไม่เครียด,มีสติสมาธิดี,รู้จักใคร่ครวญในสถานการณ์ต่าง ๆ

                     – การรู้จักเครื่องมือในการปฏิบัติงาน (ระบบอากาศยานและการบิน)

                     – รู้จักทีมงาน / ทรัพยากรในทีมงาน

                     – รู้จักสภาพแวดล้อมทางการบิน (อุตุนิยมวิทยา,กติกา)

                     – รู้จักวัฒนธรรมองค์กรตัวเอง

                     – รู้ความเสี่ยง บริหารความเสี่ยง การควบคุมความเสี่ยง

                     – การตระหนักรู้สถานการณ์ (sA)

                     – รู้จักวงรอบการตัดสินใจ OODA LOOP

            ประกอบด้วยวงรอบการตัดสินใจ สังเกต,ตรวจสอบ,ตัดสินใจ,ปฏิบัติการ  ซึ่งจะสมบูรณ์แบบได้หากไม่สูญเสีย sA (Suituatuon Awareness)

            องค์ประกอบที่ทำให้เกิดการสูญเสีย sA หรือการตระหนักหยั่งรู้สถานการณ์

-          สับสน

-          เพ่งเล็งจุดเดียว , ไม่รับรู้เรื่องอื่น

-          ขาดการรับรู้สภาพแวดล้อม – สื่อสารน้อยลง

-          ไม่ทำงานตามขั้นตอน

-          ไม่ปฏิบัติ Over Limitation

            การรู้จักบริหารทรัพยากรบุคคล

-          การเพิ่ม sA (การตระหนักรู้สถานการณ์)

-          การทำงานเป็นทีม

-          ความเป็นผู้นำ

-          การบริหารความขัดแย้ง

-          การสื่อสารที่ดี

-          การบริหารความเสี่ยง

-          กระบวนการตัดสินตกลงใจ

-          วินัยการทำงาน / พฤติกรรมกลุ่มที่อาจชักนำให้เสียวินัย

-          กระบวนการแก้ปัญหาในสภาวะฉุกเฉิน

-          การจัดการกับภาระงานล้นมือ

-          การจัดการกับระบบอัตโนมัติเทคโนโลยี

-          การควบคุมมาตรฐานและระเบียบปฏิบัติ

-          การจัดการความเครียด

-          การวางแผนปฏิบัติภารกิจ

-          การรู้จักลดความอ่อนล้าและการบำรุงขวัญทีมงาน

            การรู้จักบริหารทรัพยากรบุคคล มิได้ต้องการลดอำนาจและบทบาทผู้บริหาร แต่ต้องการ

-          แบ่งเบาภาระงาน

-          หาตัวช่วยในการทำงานโดยทำงานเป็นทีม

            การสร้างภาวะผู้นำที่ดี

-          มีจิตสำนึกรักงานและความปลอดภัย

-          ไม่เชื่อมั่นตนเองมากเกินไป

-          ไม่บ้าบิ่น/เข้าใจอารมณ์ตนเอง..ไม่มัวเมาลุ่มหลง..รู้จักการบริหารอำนาจ

-          รู้จักสภาพแวดล้อมโดยจัดการให้เกื้อกูลกับผู้ร่วมงาน อาทิ กฎ เกณฑ์ กติกา ที่จะใช้ในการทำงานเป็นทีม

-          ยึดหลักการ / เที่ยงตรง / จริงใจไม่เอาแต่ใจตนเอง

            ความสมบูรณ์แบบของความเป็นทหารอากาศที่พึงประสงค์

-          การมีวิจารณญาณ และการตัดสินใจที่ดี

คือ จุดสูงสุดของการเป็นผู้ทำการในอากาศที่ดี

-          มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง

                     ต้องฝึกแสวงหา องค์ประกอบของ SA (การตระหนักหยั่งรู้สภาวการณ์) ที่ต้องมีเสาหลักแห่งความรู้ และพื้นฐานของการรักวิชาชีพการบินที่ต้องการปลูกฝังบ่มเพาะ อาทิ ฝีมือ,ความชำนาญ และวินัยการบิน

                     วิจารณญาณไม่ดี             เป็นต้นเหตุของการตัดสินใจผิดพลาด

            วิจารณญาณ หมายถึง กระบวนการก่อให้เกิด ความคิด ความเห็น การประเมินด้วยการทำความเข้าใจ แปล ตีความ และเปรียบเทียบ หรือเป็นกระวนการที่เริ่มต้นการรับรู้ วิเคราะห์ปัญหา,ประมาณสถานการณ์เพื่อหาหนทางปฏิบัติ ก่อนลงมือปฏิบัติ (คิดก่อนทำ) รูปแบบของการประมาณสถานการณ์ของฝ่ายอำนวยการ สามารถใช้เป็นต้นแบบการฝึกใช้วิจารณญาณและการตัดสินใจของ Airmanship

            สรุป สภาพปัญหาของการขาดคุณลักษณะการมี Airman ship ในการปฏิบัติการของผู้ทำการในอากาศ องค์ประกอบสาเหตุที่ตรวจพบเสมอในการปฏิบัติงานที่ล้มเหลมจนเกิดอุบัติเหตุ/อุบัติการณ์และเป็นปัจจัยที่ทำให้ภารกิจขาดความสมบูรณ์ อาทิ

-          การเสียวินัยการบิน/ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน

-          การล้า/ตรากตรำ/เครียด/การขาดความรู้/ความชำนาญ/เทคนิคการบินอ่อน

-          การขาดการรับรู้สถานการณ์/สภาวะฉุกเฉิน/อันตราย

-          การขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม/การเชื่อมั่นตนเองสูง/ขาดภาวะผู้นำ

-          การขาดวิจารณญาณในการควบคุม/บริหารจัดการ

-          การตัดสินใจผิดพลาด

“วิถีชีวิต / การดำเนินชีวิต เป็นตัวสร้างและบ่มเพาะวิธีคิดเป็นตัวสร้างและกำหนดบุคลิกภาพของคน

            บรรพบุรุษของกองทัพอากาศไทย ต้องการผลิตนายทหารหลักของตนเอง วัตถุประสงค์ที่พึงประสงค์อย่างหนึ่งคือ ต้องการนายทหารที่มีแบบฉบับของตนเอง ที่พร้อมด้วย airmind และ airmanship

            กองทัพอากาศได้จัดตั้งตนเองขึ้นมาทั่วโลกเนื่องจากความเป็นทหารอากาศที่มีแบบฉบับการปฏิบัติการรบและหลักนิยมในการปฏิบัติการของตนเองซึ่งหัวใจของความเป็นทหารอากาศก็คือการปลูกฝังจิตวิญญาณของการมี Airmanship

            จากการสอนเบื้องต้นแบบพื้นฐานให้แล้ว ต้องยกระดับให้เป็น e-Education(Academics), Simulator(Skills), Network(Allies; Universities)

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s